วันที่เดินทางคนเดียว

posted on 15 Jan 2010 17:36 by nihaoja in Life

 

ปิดเทอมแล้วเป็นธรรมดาที่เด็กต่างชาติจะขวนขวายหาตั๋วโปรโมชั่นกลับบ้าน จขบ.ก็ไม่เว้นละค่ะ แต่ดีว่าตอนเปิดเทอมซื้อตั๋วแบบไปกลับเอาไว้ จัดการธุระปะปังเสร็จแล้วก็รีบระบุวันกลับกับสายการบินได้เลยทันที และนี้คือข้อดีของการซื้อตั๋วแบบฉลาด มีคนบอกว่าซื้อตั๋วขาเดียวประหยัด แต่เท่าที่ดูจากประสบการณ์และสำรวจจากคนรอบข้างมาแล้วรู้สึก ความคิดนี้จะผิดถนัด เพราะการออกตั๋วในแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน แน่นอนว่าโปรโมชั่นก็ต่างด้วย อีกอย่างภาษีน้ำมันที่ขึ้นๆลงๆ จุดนี้แหละที่กระทบต่อการตัดสินใจในการเดินทาง ให้ดีซื้อตั๋วไป-กลับเผื่อไว้ไม่เสียหายจ้า


โชคดีวันเดินทางกลับ( 7 ม.ค.) ทางสนามบินเคลียร์หิมะได้ราว 70 เปอร์เซนต์ ทำให้ไม่ต้องเลื่อนวันเดินทางกลับไทย หรือว่าดีเลย์เพราะสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย แต่กว่าจะออกจากสนามบินปักกิ่งได้ก็เลทไปเล็กน้อย เพราะมีคนที่เกือบตกเครื่อง อย่างที่บอกล่ะค่ะว่า จากสภาพที่หนาวๆเหมือนอยู่ในช่องฟรีซ จู่ๆก็ร้อนซะเหงื่อตก เล่นเอาป่วย ไอค่อกแค่กกันเลย  อันนี้ก็โทษใครไม่ได้เพราะวันสุดท้ายก่อนกลับดันไปลัลล้ากับหิมะนี้เรา


จากการที่ต้องเดินทางคนเดียว มันทำให้เรารู้สึกว่าต้องดูแลตัวเองให้มาก ทั้งในเรื่องของความปลอดภัย และเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะก่อนวันเดินทาง เราไม่ควรทำกิจกรรมอะไรที่เสี่ยงๆ เช่น กินอาหารรสจัด เพราะเคยมีประสบการณ์มาแล้ว มันทรมานมากเวลาปวด...บนเครื่องบิน  ส่วนในเรื่องของความปลอดภัย กระเป๋าเดินทางควรระมัดระวังให้ดี ซิบหรือกระดุมควรตรวจสอบทุกครั้งที่หยิบของออกจากกระเป๋า เพราะเจอเคสตัวอย่างที่ปักกิ่ง มีคุณป้าสร้อยคอตกลงบนพื้น แต่เจอมิจฉาชีพเก็บเงียบไปเลย น่าสงสาร~~


ตอนนี้กลับถึงบ้านได้เกือบอาทิตย์ละ รู้สึกจะเป็นโรคตะกละ เจออะไรกินแหลกเลย หุหุ อาหารบ้านเราอร่อยที่สุดแล้ว แม้ว่าก่อนหน้าจะเทใจให้กิมจิไปพักนึง แต่แล้วเจอน้ำพริก และส้มตำแซ่บๆ เข้าไปก็เสร็จทุกราย กิมจิ ข้าวห่อสาหร่ายชิดซ้ายไปเลยเจ้าค่ะ

 


อังคารที่ผ่านมา รู้สึกดีใจที่ได้สัมผัสหิมะอีกครั้ง เพราะคืนนั้นจำได้ว่ามันตกต่อเนื่องมาตั้งแต่คืนวันจันทร์แล้ว ละอองหิมะที่โปรยลงมาและหยุดลงเมื่อเจอหลังคาสีส้ม และค่อยๆ ทับถมจนกลายเป็นวิปครีมธรรมชาติที่หนานุ่ม แต่ยังไม่รู้ว่ารสชาติหิมะนั้นเป็นยังไง เพราะไม่กล้าชิมจริงๆ

 

คนเมืองร้อนที่มาเจอหิมะ เป็นธรรมดาที่ต้องตื่นเต้น เกิดมาตั้งสองทศวรรษแล้วก็เพิ่งจะเคยเห็นนี้ละนะ ที่แท้มันเป็นแบบนี้นี่เองเจ้าหิมะ คิดไปมาก็นึกขำตัวเอง หิมะยังไม่หยุดโปรยคนไทยสามสี่คนแต่งตัวเตรียมพร้อมอย่างกับจะไปออกรบ หมวก ถุงมือ ที่ปิดหู รองเท้าลุยหิมะ ฝ่าไปท่ามกลางหิมะ พร้อมกับหนึ่ง สอง สาม โพส ....สนุกนะเนี่ย ฮ่าๆ

 

ว่ากันว่าตอนหิมะตกไม่เท่าไร  หนาวไม่เท่าไร อันนี้เห็นด้วย เพราะตอนที่ลงไปมันติดลบแค่ -5 เท่านั้น และว่ากันว่าตอนหิมะกำลังละลายเป็นช่วงที่หนาวที่สุด อันนี้ก็เห็นด้วย เพราะตอนนี้ปาเข้าไป -14 แล้วเจ้าค่ะ หนาวเหน็บได้ใจจริงๆ

 

จากการที่หิมะตกลงมามากเป็นพิเศษ วัดจากสถิติมากที่สุดในรอบ 40 ปี  กับความหนาของชั้นหิมะราวๆ 4 นิ้ว ได้ ทำให้การเดินทางลำบากอย่างมาก เมืองทั้งเมืองกลายเป็นหิมะ ต้นไม้ ฟุตบาท ไฮเวย์ รางรถไฟ หลังคาตึก หิมะทั้งนั้น เคเอฟซี แมคโดนัลด์ หยุดให้บริการส่งถึงบ้านชั่วคราว แทกซีไม่มีให้โบก สนามบินเจออุปสรรค เครื่องบินหลายไฟลท์ไม่สามารถเดินทางได้ตามกำหนด นักท่องเที่ยวหลายหมื่นคนติดอยู่ที่สนามบินนานาชาติปักกิ่ง

ตอนนี้ผู้คนออกมากวาดหิมะหน้าบ้านกันแล้ว สงสารก็แต่พนักงงานกวาดหิมะบนถนน ถนนที่ทอดยาวหลายสิบ ร้อย กิโลเมตรไม่รู้ว่าเมื่อไรจะกวาดได้หมด บางสายก็กวาดไปกองๆ ข้างถนนบ้าง เอาไปเทตรงต้นไม้ริมฟุตบาทบ้าง ค่อยๆกวาดกันไปตลอด 24 ชั่วโมง ตอนนี้หิมะสีขาวกลายเป็นสีดำแล้วค่ะ เพราะถนนบางสายที่รถวิ่งได้ ก็เหยียบทับกันไป

พรุ่งนี้จะกลับไทยแล้ว เจ้าของบล็อคต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางนิดหน่อย จากตอนแรกจะนั่งรถบัสจากเทียนจินไปสนามบินปักกิ่ง ตอนนี้ต้องไปนั่งรถไฟหัวกระสุนแทน เพราะคงปลอดภัยกว่ารถบัสที่ต้องเจอกับสภาพถนนลื่น เอาละค่ะพี่น้องจะเดินทางจาก -15 ไปหา 32 กันแล้ว สาธุขออย่าได้ป่วยเลย  (พาราฯ สองเม็ด สามชั่วโมงก่อนถึงไทยแล้วกัน)


สวัสดีประเทศไทย ปิดเทอมแล้วจ้า ลัลลา